ขนมกุยช่าย

มาดูสูตร ขนมกุยช่าย กัน

ขนมกุยช่าย กุยช่ายเป็นผักคล้ายต้นหอมแต่ใบแบน กุยช่ายเป็นผักสีเขียว ประโยชน์ของกุยช่ายมีมาก อีกทั้งยังเอามาทำขนม และทำกับข้าวได้อีกหลาย ๆ ชนิด

เช่น การทำกุยช่าย เราจะมาบรรยายการทำกุยช่ายให้อ่าน และได้ไปฝึกลองทำกันดู ในอดีตคนเขียนเคยเป็นแม่ค้าขายกุยช่าย คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์ความรู้ไม่มากก็น้อย เพราะทั้งบ้านคนเขียนชอบกินกุยช่ายกันทั้งบ้าน เราเรียนรู้หาฝึกฝน ไม่ต้องไปซื้อแม่ค้าคนอื่นกิน ทำจนชำนาญมาก มีสูตรของตัวเอง โดยไม่ต้องไปเลียนแบบใคร เพราะคนเขียนทำขายมาแล้ว และขายดีมาก ลูกค้าติดใจ ผักกุยช่ายจะมีกลิ่นหอม เวลาเอาทำกุยช่ายจะอร่อยมีความเหนียวนุ่มน่ากิน ที่นี้ เรามาเรียนรู้ขั้นตอนการทำกุยช่ายกัน

ขนมกุยช่าย
ขนมกุยช่าย

ขนมกุยช่าย จะมีส่วนประกอบอะไรบ้าง มาดูกัน

  1. ตัวขนมจะใช้แป้ง
  2. ไส้ขนมจะมีผักกุยช่าย เผือก และหน่อไม้
  3. น้ำจิ้ม ส่วนผสม ซอสซีอิ๊วดำ,น้ำตาลทราย,

น้ำส้มสายชู,ซอสจิ๊กโฉ่ว,เกลือ,พริกขี้หนู

มาเริ่มที่ตัวแป้งก่อน ว่าใช้ส่วนผสมอะไรบ้าง

  • แป้งมัน  
  • แป้งข้าวเหนียว  
  • แป้งข้าวจ้าว  
  • น้ำมันพืช 
  • น้ำเปล่า
  • เกลือ 

เอาทุกอย่างผสมกัน สัดส่วนหาดูได้จากยูทูป เสร็จแล้วยกขึ้นตั้งไฟกวน กวนไปจนแป้งไม่ติดหม้อ และมีความนุ่มใช้นิ้วกดดูว่าแป้งไม่ติดมือแล้ว ยกขึ้นเอาภาชนะปิดไม่ให้โดนลม หลังจากนั้นเอาแป้งออกมานวดทำเป็นก้อน ๆ ไว้ เอาพลาสติกปิดพักไว้ไม่ให้โดนลม

ที่นี้เรามาทำตัวไส้กัน ผักกุยช่ายที่เราซื้อมาจากตลาดต้องนำมาล้างให้สะอาด เลือกเอาใบที่ไม่ดีทิ้ง หลังจากนั้นก็นำมาผึ่งให้แห้ง พอผักแห้งเอามาหั่นความยาวประมาน 1 ซม. เสร็จจากหั่นผักกุยช่ายเราก็จะผัดผักกุยช่าย

ขั้นตอนแรกของการผัดไส้ผักกุยช่าย คือ เจียวกระเทียมให้หอม ใส่ผักลงไป ส่วนผสมใยการผัดมี น้ำตาล,เกลือ,เบกกิ้งโซดา ผัดไปจนสุกได้ที่ ชิมรสตามชอบ ได้รสที่ชอบแล้วก็ตักใส่ภาชนะที่มีรู หรือใส่กระชอนทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

และหลังจากนั้น เราก็มากลิ้งแป้งให้เป็นแผ่น ๆ ตักไส้ผักกุยช่ายใส่ลงไปบนแป้ง แล้วก็ห่อแป้งปิดไส้ ต้องใช้ใบตองทาน้ำมันพืชลงไปที่ถาดที่เราจะใช้วางตัวขนมเพื่อนำไปนึ่งด้วย วางเรียงขนมให้ห่างช่องเป็นระยะ เพื่อที่จะไม่ให้ขนมติดกัน ยกถาดใส่ซึ้ง นำขึ้นตั้งไฟนึ่ง แต่ก่อนที่จะนึ่งขนม ให้ใช้ฟ็อกกี้ใส่น้ำแล้วฉีดไปให้ทั่วขนมก่อนรอบนึง เพื่อขนมจะได้มีความเนียน นึ่งทิ้งไว้ประมาน 15 นาที

ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น และก่อนจะเอาขนมจากซึ้งลงใส่ถาด ก็ต้องเอาน้ำมันพืชทาก้นถาดก่อน ตัวขนมจะได้ไม่ติดกัน คนทั่วไปนิยมกินกันมาก กินแบบราดน้ำจิ้ม จะกินแบบนึ่ง หรือจะนึ่งเสร็จแล้ว นำไปทอดอีกก็ได้ จะอร่อยไปอีกแบบ

ขั้นตอนการทำน้ำจิ้มรสเด็ด

เริ่มจากที่ ใส่น้ำเปล่า ,น้ำตาลทราย ,เกลือ ,น้ำส้มสายชู ,ซอสเปรี้ยว ใส่ทุกอย่างใส่หม้อ และคนด้วยไฟอ่อน อย่าใช้ไฟแรง รอจนเดือด ชิมรสตามชอบ ซึ่งรสชาติของน้ำจิ้มจะออกรสเปรี้ยวหวานนำ หลังจากนั้นก็ยกลงจากเตาทิ้งให้เย็น ค่อยใส่พริกขี้หนู

ต้องราดน้ำจิ้มเยอะ ๆ ถึงจะอร่อย

น้ำจิ้มต้องเผ็ดนิดหน่อย อันนี้เป็นวิธีทำของคนเขียนเอง สูตรที่อร่อยนั้นจะต้องบาง และนุ่ม กินแล้วละลายในปาก กินแล้วอยากกินอีก เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีขายเหมือนสูตรดั้งเดิม ลองทำกินเองดูก่อนนะคะ แล้วแบ่งให้เพื่อน ๆ หรือคนข้างบ้านชิม การที่เราให้คนอื่นชิมนี่แหละดี เพราะการที่ให้เพื่อน ๆ ชิม จะเป็นข้อคิดให้เราได้ว่า ขนมของเราต้องปรับปรุงอะไรตรงไหน ลดหรือเพิ่มอะไร ก่อนที่จะไปทำขาย

อ่านรีวิวร้านอาหาร ร้านเฮือนเจ้านาง

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

c r e d i t : สมัคร ufabet